กรุงเทพฯ 30 สิงหาคม 2566 - ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โชว์ศักยภาพ ‘คลังสินค้าวังน้อย จ.อยุธยา’ ศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป รองรับสินค้าหมุนเวียนมูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท เพียบพร้อมด้วยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจค้าปลีกกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่เติบโต และดีมานด์ความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ มั่นใจว่าคลังสินค้าวังน้อย จะสามารถช่วยหนุนกลยุทธ์ออมนิแชนเนล ในการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ ในทุกช่องทางทั้งหน้าร้านและออนไลน์ และยังเตรียมขยายโมเดลคลังสินค้าวังน้อย ไปยังภาคอีสานเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าให้แก่ 15 สาขาของภูมิภาค ในอนาคตอีกด้วย
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า การจัดการคลังสินค้าของธุรกิจค้าปลีกให้เป็นระบบถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคต่างคาดหวังประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ และยังต้องการความง่าย สะดวก รวดเร็ว จึงต้องมีการบริหารจัดการคลังสินค้า และมุ่งเดินหน้าพัฒนาศักยภาพคลังสินค้าวังน้อย ในทุกแง่มุม เช่น การขยายพื้นที่จัดเก็บ การฝึกอบรมพนักงานและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การบริหารจัดการคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับดีมานด์ความต้องการสินค้ากลุ่มฮาร์ดไลน์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจุบัน คลังสินวังน้อย มีการทำงานที่สอดรับการเติบโตของบริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ หลากหลายด้าน ด้วยความพร้อมต่าง ๆ ดังนี้
· คลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป - ปัจจุบันมีพื้นที่คลังสินค้าอยู่ที่ 180,000 ตร.ม โดยสามารถรองรับสินค้าที่หลากหลายจากพันธมิตรคู่ค้าได้ถึง 42,000 SKU คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท เพื่อกระจายสินค้าไปยังไทวัสดุกว่า 74 สาขาและธุรกิจในเครืออื่น ๆ เช่น บีเอ็นบี โฮม และโก! ว้าว
· เตรียมพร้อมการลงทุนกว่า 300 ล้าน เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยีระบบ AS/RS (Automated Storage/Retrieval System) หรือ ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ เพื่อขยายขีดความสามารถในการสต๊อกสินค้า เพื่อรองรับความต้องการสินค้าเพื่อบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันลักษณะการจัดการคลังสินค้าวังน้อย จะเป็นรูปแบบ Stocking คือ การเก็บสินค้าไว้ที่คลังก่อนที่จะมีออเดอร์เข้ามา และแบบ Cross Dock ที่คู่ค้าส่งสินค้ามาที่คลังสินค้าวังน้อยหลังได้รับออเดอร์ โดยซีอาร์ซี ไทวัสดุ จะเป็นผู้ดำเนินการในการจัดส่งถึงมือลูกค้า โดยมีแผนเปิดใช้ระบบดังกล่าวเร็วๆนี้
· ต้นแบบค้าปลีกยั่งยืน (Green & Sustainable Retail) กับคลังสินค้ารักษ์โลก - ไทวัสดุได้ริเริ่มและผลักดันนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาผสานกับการดำเนินงานตั้งแต่ขั้นตอนแรกสู่มือลูกค้า โดยที่คลังสินค้าวังน้อยแห่งนี้ได้มีการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ ขนาด 1 MWp ในระบบ On Grid เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 483 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 25,000 ต้นต่อปี ทั้งยังสามารถช่วยลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าบางส่วนลงโดยคิดเป็น 30% จากเดิม นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้าภายในคลังสินค้าเพื่อรองรับรถบรรทุกพลังงานสะอาดหรือ EV Truck ที่ได้นำร่องเดินรถออกส่งสินค้าไปยังไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม และ โก! ว้าว สาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2565
· เตรียมขยายคลังสินค้าแห่งที่ 2 สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับธุรกิจฮาร์ดไลน์เติบโต - ในปี 2567 บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ได้วางแผนที่จะขยายคลังสินค้าไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยโมเดลเดียวกับคลังสินค้าวังน้อย เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าแก่ 15 สาขาในภูมิภาค เตรียมพร้อมรองรับความต้องการในทุกภาคส่วนที่ปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การเชื่อมเส้นทางการค้า – การท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคและชายแดนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับดีมานด์ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นางปริยวดี ประจวบเหมาะ Head of Supply Chain and vFIX บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า การพัฒนาคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพนั้นไม่เพียงแต่ทำให้ ซีอาร์ซี ไทวัสดุ เติบโตขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกแรงในการช่วยหนุนพันธมิตรคู่ค้ารายย่อย ให้เติบโตไปพร้อมกัน ผ่านการมีส่วนช่วยในเรื่องการลดภาระด้านการจัดการคลังสินค้าและต้นทุนทางโลจิสติกส์ ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในเทคโนโลยีการจัดคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกว่า 1,000 คน ที่ผ่านการอบรมมาอย่างมืออาชีพ ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่คำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานเป็นสำคัญ โดยคลังสินค้าวังน้อยได้รับการรับรอง ISO 45001 มาตรฐานด้านการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่น ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ถึง 7 ปีซ้อน
“ศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย จังหวัดอยุธยา เปรียบเสมือนป้อมปราการของ ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสต๊อกสินค้า/จุดพักสินค้าจากพันธมิตรคู่ค้า เพื่อกระจายสินค้าไปยังไทวัสดุกว่า 73 สาขาและธุรกิจในเครือ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์งานช่าง เฟอร์นิเจอร์ สินค้าของตกแต่งบ้าน ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้า ของคนไทยทั่วประเทศ เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถของคลังสินค้าวังน้อยอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว ในการจัดการสต๊อกสินค้า และจัดส่งสินค้าไปสู่มือผู้บริโภค” นางปริยวดี กล่าวปิดท้าย
สำหรับ ในปี 2566 ปัจจุบันจนถึงเดือนสิงหาคมนี้ ได้เปิดสาขาใหม่แล้ว 8 สาขา ได้แก่ 1. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขารังสิต คลอง 4 2. ไทวัสดุ สาขาโคราช หัวทะเล 3. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาภูเก็ต ฉลอง 4. ไทวัสดุ สาขากำแพงเพชร 5. ไทวัสดุ สาขาชัยนาท และ 6. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาเมืองเอก 7. ไทวัสดุ สาขาเลย 8. ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม สาขาสมุทรปราการ และยังมีแผนเปิดสาขาอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปีนี้มีสาขารวมครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญทั่วประเทศทั้งสิ้น 80 สาขาตามแผนที่วางไว้
###
#ไทวัสดุ #วัสดุก่อสร้าง #ตกแต่งบ้าน #ซีอาร์ซีไทวัสดุ #เซ็นทรัลรีเทล #คลังสินค้าวังน้อย #ศูนย์กระจายสินค้า
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยเป็นผู้นำในประเทศอิตาลีและเป็นหนึ่งในผู้นำในประเทศเวียดนาม เครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก 3,615 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566) อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ บ้าน แอนด์ บียอนด์ / บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียนคิม (2) กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค และสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ แฟมิลี่มาร์ท บิ๊กซี / GO! ลานชี มาร์ท ท็อปส์ มาร์เก็ต เวียดนาม และมินิ โก (go!) (3) กลุ่มแฟชั่นซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่ สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม (5) กลุ่มเฮลธ์แอนด์เวลเนส ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายและให้บริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง เช่น ท็อปส์แคร์ ท็อปส์วีต้า และ เพ็ทแอนด์มี โดย ณ 30 มิถุนายน 2566 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 59 จังหวัด, ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 41 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566)












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น