#มาห์เล เปิดตัว #นวัตกรรม #HeatX Range+ เพิ่มระยะทางขับขี่ #รถยนต์ไฟฟ้าในฤดูหนาว
● ระบบทำความร้อนห้องโดยสารซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่จากมาห์เล ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศในรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 20%
● ผลลัพธ์ที่ได้คือ การควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จแบตเตอรี่ที่ไกลขึ้น และคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่ยอดเยี่ยม
● ระบบสามารถนำพลังงานความร้อนจากอากาศภายในห้องโดยสารกลับมาใช้ใหม่ โดยอากาศอุ่นที่ถูกระบายออกจะถ่ายโอนความร้อนไปยังอากาศเย็นที่ไหลเข้ามาใหม่ จึงทำให้อากาศบริสุทธิ์ที่เข้าสู่ห้องโดยสารมีอุณหภูมิสูงขึ้น
● การออกแบบแบบโมดูลาร์ทำให้สามารถติดตั้งระบบเข้ากับโครงสร้างรถยนต์ที่มีอยู่ได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่าย
มาห์เล (MAHLE) พัฒนานวัตกรรมนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความร้อนภายในห้องโดยสารของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่การทำความร้อนส่งผลกระทบต่อระยะทางการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ ระบบ HeatX Range+ จากมาห์เล จะช่วยลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศในรถยนต์ไฟฟ้าลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับระบบระบายอากาศแบบเดิม ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งได้รับคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่ดีเยี่ยม
มาร์ติน เวลโฮฟเฟอร์ (Martin Wellhoeffer) สมาชิกคณะกรรมการบริหาร มาห์เล กรุ๊ป ซึ่งดูแลหน่วยธุรกิจระบบความร้อนและของไหล กล่าวว่า “ระบบนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่ HeatX Range+ ของเรา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ทุกวันในช่วงฤดูหนาว และยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น” ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการออกแบบแบบโมดูลาร์ ผู้ผลิตรถยนต์จึงสามารถติดตั้งระบบเข้ากับสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดายและประหยัดค่าใช้จ่าย
จากการทดสอบกับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางทั่วไปที่อุณหภูมิภายนอก -7 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร 20 องศาเซลเซียส พบว่า มาห์เลสามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้เกือบ 10 กิโลเมตรด้วยโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและคุ้มค่า ในขณะเดียวกัน การจ่ายอากาศที่มีออกซิเจนสูงเข้าสู่ห้องโดยสารอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายใน และลดความเสี่ยงการเกิดฝ้าบนกระจกรถยนต์ได้อีกด้วย
ระบบการนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่นี้ใช้คอยล์เย็นของระบบปรับอากาศในการดึงและนำพลังงานความร้อนจากอากาศที่ระบายออกจากห้องโดยสารกลับมาใช้ประโยชน์ เมื่ออากาศถูกระบายออกผ่านคอยล์เย็น จะส่งผ่านความร้อนไปยังสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ก่อนจะออกจากห้องโดยสาร จากนั้นน้ำยาแอร์จะถ่ายโอนพลังงานที่กักเก็บไว้ไปยังอากาศบริสุทธิ์ที่รับเข้ามาใหม่ก่อนจะเข้าสู่ภายในตัวรถ กระบวนการนี้ทำให้อากาศสะอาดที่ไหลเข้าสู่ห้องโดยสารอุ่นขึ้น และลดความต้องการใช้พลังงานเพื่อให้ความร้อนในสภาพอากาศหนาว เมื่อเทียบกับระบบระบายอากาศแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
นวัตกรรมใหม่ดังกล่าวจากมาห์เลไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ หรือระดับเสียงรบกวนของระบบปรับอากาศในรถยนต์ โดยมาห์เลนำประสบการณ์ด้านการพัฒนาและผลิตระบบควบคุมสภาพอากาศในยานยนต์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่
ดร. อูลี คริสเตียน เบลสซิง (Dr. Uli Christian Blessing) รองประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนา หน่วยธุรกิจระบบความร้อนและของไหลของมาห์เล กล่าวว่า “ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 มาห์เลได้เปิดตัว ‘Economizer’ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำความร้อนภายในห้องโดยสารกลับมาใช้ใหม่สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มาห์เลจึงถือเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์การควบคุมสภาพอากาศในห้องโดยสารอย่างมีประสิทธิภาพดังที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน” นวัตกรรมการนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับน้ำยาแอร์ R1234yf อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้กับสารทำความเย็นอื่น ๆ ด้วยการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย
หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ: สามารถดาวน์โหลดข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้และภาพประกอบได้ที่ห้องข่าวของมาห์เล https://newsroom.mahle.com/press/en/
ลิขสิทธิ์รูปภาพ: มาห์เล จีเอ็มบีเอช
เกี่ยวกับ มาห์เล
มาห์เล คือหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีลูกค้าทั้งในภาคส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2463 และปัจจุบันกำลังพัฒนาการเดินทางแห่งอนาคตที่มีความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและการจัดการความร้อน รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เช่น เซลล์เชื้อเพลิง หรือเครื่องยนต์สันดาปภายในที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูงซึ่งใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนอย่างไฮโดรเจน เป็นต้น ทุกวันนี้รถยนต์ทุกหนึ่งในสองคันทั่วโลกต่างใช้ส่วนประกอบจากมาห์เล
ในปี 2567 มาห์เลทำยอดขายได้ 11,700 ล้านยูโร บริษัทมีพนักงานเกือบ 68,000 คนประจำอยู่ในฐานการผลิต 135 แห่ง และศูนย์เทคโนโลยี 11 แห่ง โดยบริษัทมีการดำเนินงานใน 28 ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567)
#weshapefuturemobility










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น